อินเล ...ทะเลสาบมีชีวิต 
      อินเล..ทะเลสาบมีชีวิต
....อยากเห็นทะเลสาบมีชีวิตต้องไปอินเล....
        ฉันเที่ยวป่าวประกาศบอกชาวบ้านไปทั่ว หลังจากกลับมาจากพม่า ไม่ได้พูดเกินเลย 
แต่อินเลทำให้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
        แสงแรกของวันอาบไล้ทั่วผืนน้ำ ริ้วคลื่นสีทองแผ่กระจายไปทั่วแผ่นทะเลสาบ ทุกชีวิต
ในอินเลถูกโอบล้อมไว้ด้วยเทือกเขาสูง ทุกอย่างเป็นเหมือนภาพฝันที่จินตนาการไว้ 
เรือหางยาวลำน้อยแล่นฉิวเหนือท้องน้ำ เร็วปานจะเหาะได้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เสีย
อรรถรสในการทำความรู้จักกับอินเล
        ไม่รู้ว่าสุดแผ่นน�้าอยู่ตรงไหน รู้แต่ว่าจุดที่ปลายฟ้าจรดกับผืนน้ำอย่างแนบชิด ดูทีไร
แล้วสดชื่นอารมณ์เดียวกับได้ยลโฉมหิมาลัยที่ปลายฟ้า
        ปล่อยให้ลมหนาวอาบไล้เรือนกายอย่างไม่สะทกสะท้าน เพราะนี่คือสายลมแห่ง
ความสงบ
        เวิ้งทะเลสาบผืนกว้างราบเรียบสุดลูกตา ชาวอินทายืนตรงท้ายโล้เรือด้วยขาข้างเดียว 
เขาคงเริ่มต้นวันใหม่ในแบบเดิมๆ อยู่กับน้ำและเรือแจวคู่ชีพ ขาพายกวนน้ำวกไปวนมาอย่าง
ชำชอง ในมือง่วนอยู่กับกิจกรรมยามเช้าอันคุ้นเคย ลอบดักปลาถูกหย่อนลงสู่ผืนน้ำอย่าง
เป็นกันเอง 
        ฉันปลื้มจนนั่งแทบไม่ติดที่เห็นชาวอินทากำลังเหวี่ยงอุปกรณ์หาปลาแบบระยะเผาขน
ทีแรกหลงคิดว่าตัวเองโชคดีที่เจอฉากแบบนี้เข้าโดยบังเอิญ ที่ไหนได้ นี่คือฉากหนึ่งที่ปรุงแต่ง
ขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยว 

                                          

        เรื่องตาไวเป็นสับปะรดต้องยกให้ฉันอยู่แล้ว พอคนในเรือถ่ายภาพกันสมใจแล้วหม่องวัยฉกรรจ์
นั้นสลัดอุปกรณ์หาปลาแทบไม่ทันใช้เท้าแทนพายจ้ำอ้าวมาประชิดเรือที่นักท่องเที่ยวนั่ง
เห็นคนขับเรือส่งเงินให้เป็นสินจ้างสำหรับฉากชีวิตที่เพิ่งจบลงยังไม่ทันไรเสียงเครื่องยนต์เรือ
ดังกระหึ่มลั่นทะเลสาบเห็นเรือที่วิ่งสวนกันหลายลำเลิกใช้เท้าแจวเรือไปแล้วหันมาหลงเสน่ห์ความไว
ของเครื่องยนต์แทนชักไม่เชื่อแล้วสิที่มีเสียงร่ำลือว่าพายุแห่งยุคโลกาภิวัตน์ไม่อาจทำให้
วิถีแห่งอินเลเปลี่ยนแปลงได้และไม่อาจพัดพาเอาคลื่นวัตถุนิยมเข้าสู่ชาวอินทาจริงอยู่ที่นโยบาย
ปิดตัวเองมานานของพม่าอาจทำให้การเดินทางของความเย้ายวนในโลกยุคใหม่ขับเคลื่อนเข้ามา
ได้ช้ากว่าประเทศอื่นๆ แต่นั่นไม่ได้หมายถึงดินแดนแห่งนี้จะรอดพ้นจากการเปลี่ยนแปลงได้

                            

        ดูเหมือนเจ้าแห่งวันเริ่มทำงานเร็วและแรงกว่าทุกวันยังดีที่ได้ลมหนาวช่วยปัดเป่าบรรเทาไอร้อน
ยิ่งนั่งยิ่งรู้สึกว่าทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลนัก
        ไม่เพียงแค่เกาะแก่งกลางน้ำและหมู่บ้านกลางทะเลสาบของชาวอินทากว่า30แห่งเท่านั้นแต่
ยังมีรีสอร์ทที่สร้างขึ้นกลางทะเลสาบอยู่หลายแห่ง ใครมาฮันนีมูนที่นี่การันตีว่าได้ลูกเป็นของที่ระลึกแน่ เพราะบรรยากาศเป็นใจเหลือเกิน ทั้งสงบเงียบและโรแมนติกสุดขีดแต่ขืนใครซ่ามาเดี่ยวขอเตือนว่าอาจเฉาตายไม่รู้ตัว
        นั่งโต้ลมหนาวบนเวิ้งน้ำกว้างร่วมชั่วโมงสารถีเรือหางยาวก็พามาเกยหมู่บ้านริมทะเลสาบที่ชื่อยวามาทุกอย่างดูเป็นสูตรสำเร็จ

                                                      

        ว่าสารถีของเรือทุกลำจะต้อนผู้โดยสารให้ขึ้นไปแวะร้านขายของที่ระลึกตามเรือนไม้ของชาวบ้านก่อนสลับกับพาไปเที่ยววัดวาอารามอย่างของฉันโชเฟอร์ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไม่มีการบอกโปรแกรมใดๆ ทั้งสิ้นแกเสยเรือเข้าเทียบท่าบ้านไม้แห่งหนึ่ง พอขึ้นไปถึงได้รู้ว่านี่เป็นร้านขายพวกเครื่องเงินที่รอเงินจากพวกเราอยู่ถึงจะเห็นเครื่องเงินสารพัดรูปแบบละลานตาแต่ยังไม่ตาลายเงินในกระเป๋าเลยอยู่ครบถ้วนใกล้ๆ กับบ้านเครื่องเงินเป็นที่ตั้งของวัดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในรัฐฉานตอนใต้คือวัดพองดอว์อูแถมวันนี้โชคดีใกล้วัดมีตลาดนัดบนตลาดน้ำพอดิบพอดี
        ตลาดนัดนันพันหน้าตาเหมือนตลาดน้ำดำเนินสะดวกยังไงยังงั้นนันพันเป็นหนึ่งในตลาดนัดที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนสถานที่ไปทุกๆ วันตามชุมชนใหญ่รอบทะเลสาบโดยทุกๆ 5 วันตลาดนัดจะวนกลับมาที่เดิมว่ากันว่าตลาดแห่งนี้ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐบาลอังกฤษเมื่อ60ปีก่อนในสมัยที่พม่ายังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
        เรือหางยาวของเราค่อยๆ แทรกและฝ่าฝูงเรือที่บรรทุกผักผลไม้ข้าวของเครื่องใช้และของที่ระลึกมาขายกันแบบแน่นคลองแวะเวียนอยู่แถวตลาดอยู่ครู่ใหญ่จึงแวะขึ้นวัดพองดอว์อู ที่เด่นตระหง่านอยู่เหนือฝั่งคลองชื่อของพองดอว์อูหมายถึงสถานที่ที่เรือของกษัตริย์ได้จอดเทียบเชื่อกันว่ากษัตริย์แห่งพุกามองค์หนึ่งได้เสด็จมาที่นี่เมื่อหนึ่งพันปีก่อนเจ้าฟ้าแห่งรัฐฉานจึงได้โปรดให้

                                          

        สร้างวัดขึ้นที่บริเวณนี้และตั้งชื่อวัดนี้ตามประวัติความเป็นมาของสถานที่บนศาลาใหญ่นั้นมีพระพุทธรูปปิดทองอยู่ห้าองค์ชื่อว่าพระบัวเข็มแต่ละองค์เป็นก้อนกลมเพราะผู้คนศรัทธากันขนาดหนักดูได้จากทองที่ปิดท่วมองค์พระจนไม่เป็นองค์
        มีตำนานเล่าว่าเมื่อประมาณหนึ่งร้อยปีก่อนมีผู้พบพระบัวเข็มทั้งห้าในพงหญ้าบริเวณรอบทะเลสาบต่อมาจึงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้ราวห้าสิบปีก่อนชาวบ้านได้อัญเชิญพระบัวเข็มทั้งห้าลงเรือการะเวกเพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนรอบทะเลสาบได้สักการะแต่เรือการะเวกล่มพระบัวเข็มองค์หนึ่งจมหายไปที่เหลืออีกสี่องค์จึงถูกอัญเชิญกลับไปที่วัดแต่เมื่อถึงวัดกลับพบว่าพระบัวเข็มองค์ที่หายไปมาปรากฏอยู่ที่วัดก่อนแล้วตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา พระบัวเข็มทั้งห้าจึงมีชื่อเสียงขจรขจายและกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนรอบทะเลสาบว่ากันว่าใครอยากได้อะไรมักจะมาอธิษฐานขอจากพระบัวเข็มรับรองสมหวัง
        ก็อย่างที่บอกว่าโชเฟอร์แกพยายามจัดโปรแกรมเที่ยววัดสลับกับพาไปช็อป พอพ้นชายคาวัดแกพาแวะร้านขายผ้าแถวหมู่บ้านตาลีฉันชอบบ้านนี้เพราะมีสาวพม่านั่งทอผ้าพื้นเมืองด้วยหูกทอผ้ามีหญิงชรานั่งเหยียบกี่กระตุกพุ่งกระสวยสลับไปมาระหว่างเส้นด้ายอย่างกระฉับกระเฉง
        อ้อยอิ่งอยู่ในทะเลสาบอินเลมาทั้งวันรอจนแดดจางถึงได้บ่ายหัวเรือกลับสู่ยองฉ่วยแบบไม่ค่อยเต็มใจด้วยอยากทำความรู้จักกับอินเลให้ลึกซึ้งมากกว่านี้เหลียวไปมองริ้วน้ำเป็นการสั่งลาสำหรับอินเลน้ำและคนผูกพันแนบแน่นเป็นส่วนเดียวกันอย่างแยกไม่ออก